หลักการ
ภายในโรงงานมีการเคลื่อนที่ของรถยก รถบรรทุกสารเคมี และคนเดินเท้าในพื้นที่เดียวกัน การชนเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ภาชนะสารเคมีแตกรั่วและเกิดเพลิงไหม้ได้ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎจราจรนี้อย่างเคร่งครัด
ความเร็วสูงสุด
| พื้นที่ | ความเร็วสูงสุด |
|---|---|
| ถนนภายในโรงงาน | 20 กม./ชม. |
| ลานจอดรถและลานขนถ่ายสินค้า | 10 กม./ชม. |
| ภายในอาคารผลิตและคลังสินค้า (รถยก) | 5 กม./ชม. หรือความเร็วเดินเท้า |
ยานพาหนะทั่วไป
- จอดรถในช่องจอดที่กำหนดเท่านั้น ห้ามจอดขวางทางหนีไฟ ประตูฉุกเฉิน หัวรับน้ำดับเพลิง และทางเข้าออกของรถดับเพลิง
- ถอยรถเข้าช่องจอดเพื่อให้ออกได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน
- ดับเครื่องยนต์ขณะขนถ่ายสารไวไฟ และใช้หมอนหนุนล้อ (Wheel Chock)
- รถบรรทุกสารเคมีอันตรายต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตามกฎหมาย และพนักงานขับรถต้องผ่านการชี้แจงความปลอดภัย
- ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่
- ให้สิทธิ์คนเดินเท้าบนทางม้าลายเสมอ
คนเดินเท้าและทางเดินเท้า (Walkway)
- เดินในทางเดินเท้าที่ตีเส้นสีไว้เท่านั้น และข้ามถนนที่ทางข้าม
- ห้ามเดินใช้โทรศัพท์ขณะข้ามเส้นทางรถ
- ไม่เดินเข้าใกล้รถยกที่กำลังทำงาน รักษาระยะห่างอย่างน้อย 3 เมตร
- สบตาผู้ขับรถก่อนเดินผ่านหน้ารถ
- สวมเสื้อสะท้อนแสงในพื้นที่คลังสินค้าและลานขนถ่ายสินค้า
รถยก (Forklift)
- ผู้ขับรถยกต้องผ่านการฝึกอบรมตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตจากบริษัท
- ตรวจสภาพรถยกก่อนใช้งานทุกกะตามแบบตรวจที่กำหนด
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ห้ามบรรทุกคนโดยสาร และห้ามใช้งาเพื่อยกคน
- ขณะเคลื่อนที่ ให้ลดงาให้ต่ำ (ประมาณ 15 ซม. จากพื้น) และเอียงเสาไปด้านหลัง
- หากสินค้าบังการมองเห็น ให้ขับถอยหลังหรือมีผู้ให้สัญญาณ
- บีบแตรและลดความเร็วที่ทางแยก ประตู และมุมอับ
- ห้ามยกเกินพิกัดที่ระบุบนป้ายรถ
- รถยกที่ใช้ในพื้นที่ไวไฟต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองสำหรับพื้นที่อันตราย
- จอดรถยกโดยลดงาลงพื้น ดึงเบรกมือ และถอดกุญแจ
คำเตือน: หากรถยกชนภาชนะสารเคมีหรือพบการรั่วไหล ให้หยุดรถ ดับเครื่อง ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ และแจ้งแผนก S&E ต่อ 1xx ทันที
ปรับปรุงล่าสุด: 27 ก.ย. 2569