ทำไมต้องมีส่วนร่วม
ผู้ที่ทำงานหน้างานรู้จักอันตรายในงานของตนดีที่สุด ISO 45001 ข้อ 5.4 จึงกำหนดให้องค์กรจัดกระบวนการปรึกษาหารือ (Consultation) และการมีส่วนร่วม (Participation) ของผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ โดยเน้นพนักงานที่ไม่ใช่ระดับบริหาร และต้องขจัดอุปสรรค เช่น ภาษา การไม่ได้รับเวลา หรือความกลัวว่าจะถูกลงโทษ
เรื่องที่บริษัทต้องปรึกษาหารือพนักงาน
- ความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- การจัดทำและทบทวนนโยบายความปลอดภัย
- การกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ
- วิธีการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่น
- การกำหนดวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
- การควบคุมผู้รับเหมา งานจ้างภายนอก และการจัดซื้อ
- สิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามและตรวจวัด และแผนการตรวจติดตามภายใน
เรื่องที่พนักงานต้องมีส่วนร่วมโดยตรง
- ชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (HIRA) ในพื้นที่ของตน
- กำหนดมาตรการควบคุมและการกำจัดอันตราย
- กำหนดความต้องการด้านการฝึกอบรมและความสามารถ
- กำหนดสิ่งที่ต้องสื่อสารและวิธีการสื่อสาร
- สอบสวนอุบัติการณ์และกำหนดการแก้ไข
ช่องทางการมีส่วนร่วมที่ TJC
| ช่องทาง | ความถี่ |
|---|---|
| ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.) | อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง |
| Safety Talk ก่อนเริ่มงานของแต่ละกะ | ทุกวัน |
| แบบรายงานอันตรายและ Near miss | ได้ตลอดเวลา |
| กล่องรับความคิดเห็นและแบบฟอร์มออนไลน์ | ได้ตลอดเวลา |
| ร่วมทีม HIRA และทีมสอบสวนอุบัติเหตุ | ตามกำหนดและเมื่อเกิดเหตุ |
บทบาทของ คปอ.
ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2565 สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปต้องจัดให้มี คปอ. ประกอบด้วยผู้แทนนายจ้างและผู้แทนลูกจ้างตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด โดยมี จป.วิชาชีพ เป็นเลขานุการ หน้าที่หลักได้แก่
- พิจารณานโยบาย แผนงาน และข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วเสนอต่อนายจ้าง
- สำรวจการปฏิบัติตามความปลอดภัยและรายงานผลในที่ประชุม
- พิจารณาโครงการฝึกอบรมและส่งเสริมกิจกรรมความปลอดภัย
- ติดตามผลการแก้ไขข้อเสนอแนะและรายงานผลการดำเนินงานประจำปี
หมายเหตุ: ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิ์ถอนตัวจากสถานการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีอันตรายร้ายแรงและเร่งด่วนต่อชีวิตหรือสุขภาพ และจะได้รับการคุ้มครองจากการถูกลงโทษ (ISO 45001 ข้อ 5.4 และ 10.2)
ปรับปรุงล่าสุด: 27 ก.ย. 2569